สร้างพื้นที่เรียนรู้ เติมเต็มการอยู่ร่วมกัน ระหว่างเมืองและชนบท

ชมรมสื่อบ้านนอก

ชมรมสื่อบ้านนอก เกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของกลุ่มนักข่าวอาวุโสจากหลากหลายสำนัก ที่มีประสบการณ์การทำงานจริงในพื้นที่ข่าวหลายมิติ ทั้งข่าวการเมือง ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวสังคม ตลอดจนข่าวสิ่งแวดล้อม โดยได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ และได้รับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์จาก ศ.น.พ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี และม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล เลขาธิการมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ในแนวทางการดำเนินงานของชมรมฯ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่การพัฒนาชนบทตามความเหมาะสมของภูมิสังคม ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างองค์ความรู้ ตลอดจนคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแก่ประชาชน และชุมชนในชนบท บนพื้นฐานของวัฒนธรรมที่มีน้ำใสใจจริงต่อกัน

กลุ่มนักข่าวอาวุโสจากสื่อหลากหลายประเภท ทั้งหนังสือพิมพ์ วารสาร นิตยสาร วิทยุ และโทรทัศน์ที่รวมตัวกันจัดตั้งชมรมสื่อบ้านนอก ตระหนักดีว่าวิถีบ้านนอกของชนบทไทยในปัจจุบัน แม้จะได้รับการพัฒนาจากทุกภาคส่วน แต่ก็เป็นเพียงการพัฒนาในระดับผิวเผิน และโดยส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นความสำเร็จที่ชี้วัดจากการยกระดับความเจริญในด้านวัตถุ โดยละเลยมิติทางด้านของวัฒนธรรมและประเพณี และขาดการพัฒนาทางด้านทักษะของการดำเนินชีวิตที่จะดำรงอยู่อย่างพอเพียงและมีความสุข

กระบวนการพัฒนาชนบทไทยในลักษณะดังกล่าว ทำให้พัฒนาการของชนบทไทยเจริญเติบโตขึ้นในรูปแบบ “วัตถุเป็นใหญ่ ปัญญาและจิตใจเป็นรอง” ดังนั้น ชมรมสื่อบ้านนอกจึงมีแนวคิดที่จะรณรงค์ให้เกิดการปฏิรูปองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับชนบทไทย ที่มีความครอบคลุมทั้งมิติเชิงวัตถุ วิถีชีวิต และศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับวิถีชีวิตคนบ้านนอก ตามสภาพของภูมิสังคมในแต่ละท้องถิ่น โดยชมรมสื่อบ้านนอกจะดำเนินบทบาทในการช่วยลดช่องว่างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารระหว่าง “บ้านนอก” กับ “เมือง” และสร้างเสริมความรู้ความเข้าใจที่ดีต่อกันระหว่าง “คนบ้านนอก” กับ “คนเมือง” ผ่านกิจกรรมที่จะก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันของ “คนบ้านนอก” กับ “คนเมือง” ทั้งนี้เพื่อทำให้คนไทยอยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็นเป็นสุข บนรากฐานของการยอมรับและความเข้าใจซึ่งกันและกัน

วิสัยทัศน์

สร้างพื้นที่เรียนรู้ เติมเต็มการอยู่ร่วมกัน ระหว่างเมืองและชนบท

พันธกิจ

๑. สร้างการมีส่วนร่วมแก่สื่อมวลชนในการเผยแพร่ข่าวสารที่เป็นประโยชน์ เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างคนชนบทกับเมือง
๒. ประสานความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ในการพัฒนาชนบทอย่างมีดุลยภาพระหว่างคุณภาพชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม
๓. สื่อกลางในการสะท้อนวิถีชีวิตคนชนบท และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถ่ายทอดทัศนคติระหว่างคนเมืองกับคนชนบท