โครงการพื้นที่ต้นแบบบูรณาการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ ตำบลแก่นมะกรูด อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี

 

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเนื้อที่ประมาณ ประมาณ 1,800,000 ไร่ หรือ 2,880 ตารางกิโลเมตร มีความหลากหลายทางชีวภาพเป็นที่อยู่อาศัยสำคัญของสัตว์ป่าหายากหลายชนิดที่เป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวมี 7 ชนิด หรือ “ผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 7″ (Big 7) ได้แก่ ช้าง, เสือโคร่ง, เสือดาว, ควายป่า, วัวแดง, กระทิง และ สมเสร็จ ผืนป่าด้านทิศตะวันตกของประเทศที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์และต้นน้ำของแหล่งน้ำสำคัญ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ จากองค์การยูเนสโกเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2534

แม้จะเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่สำคัญของประเทศ ก็ยังถูกบุกรุกลักลอบตัดไม้ ล่าสัตว์ เผาและถางป่าเพื่อทำการเกษตร ปลูกพืชเชิงเดี่ยวโดยใช้สารเคมี หน้าดินเสื่อมโทรม ฤดูฝนเกิดน้ำป่าไหลหลาก หน้าแล้งขาดแคลนน้ำ และเกิดไฟป่า เป็นหมอกควันขณะที่ชาวบ้านแนวเขตกันชนป่าไม่มีความรู้เรื่องการเกษตรที่ดี ขาดคุณภาพชีวิต มีปัญหาหนี้สินในระดับครัวเรือนจำนวนมาก โดยเฉพาะชุมชนที่อาศัยติดแนวกันชนของผืนป่า

จังหวัดอุทัยธานีและอีกหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการในทุกวิถีทางเพื่อแก้ไขปัญหาที่คุกคามเขตผืนป่าอนุรักษ์ที่สำคัญในปี 2556 มีการประชุมหารือร่วมกันเพื่อตั้งคณะทำงาน กับทีมปฏิบัติการ ขับเคลื่อนการดำเนินงาน “โครงการพื้นที่ต้นแบบบูรณาการแก้ไขปัญหา และพัฒนาพื้นที่ ตำบลแก่นมะกรูด อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ตามแนวพระราชดำริ” คณะทำงานเริ่มแรก 4 คณะ ประกอบด้วย 1. คณะทำงานด้านการกำหนดแนวเขตที่ดิน 2. คณะทำงานด้านการบริหารจัดการน้ำ 3. คณะทำงานด้านการเกษตรและพัฒนาอาชีพ 4. ทีมปฏิบัติงานระดับพื้นที่  และปี  2557 ได้แต่งตั้งคณะทำงานด้านการจัดการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอีก 1 คณะ

ตำบลแก่นมะกรูด อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ประกอบด้วย 4 หมู่บ้าน คือหมู่ 1 บ้านใต้ หมู่ 2 บ้านคลองเสลา หมู่ 3 บ้านใหม่คลองอังวะ หมู่ 4 บ้านอีมาดอีทราย มีประชากร 2,176 คน 563 ครัวเรือน พื้นที่ 21,600 ไร่  เป็นชุมชนที่อยู่บริเวณแนวกันชนเขตป่าสงวนแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

เป้าหมายการทำงานในตำบลแก่นมะกรูดเพื่อสนองแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ด้านการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบนพื้นฐาน “คนอยู่กับป่า” น้อมนำองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริมาปรับใช้ให้สอดคล้องเหมาะสมกับภูมิสังคม บริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ป้องกันการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า การบุกรุกขยายพื้นที่ป่าไม้ ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาความยากจน พัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน สร้างงานสร้างอาชีพ เชื่อมโยงทุกมิติอย่างครบวงจรโดยใช้กลไกของรัฐในการบริหารจัดการ เป็นการบูรณาการทำงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องและสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ผ่านคณะกรรมการระดับจังหวัด และคณะทำงานที่แต่งตั้ง

ผลจากการทำงานตั้งแต่ปี 2556 คณะทำงานด้านการกำหนดแนวเขตที่ดิน ร่วมสำรวจรังวัดพื้นที่ร่วมกับชาวบ้านที่สมัครใจจาก 4 หมู่บ้านที่อยู่ในโครงการฯ รวม 16,711 ไร่ 1,233 แปลง 858 ราย ได้มีข้อตกลงร่วมกับชาวบ้าน จัดพื้นที่ทำกิน และที่อยู่อาศัยอย่างเหมาะสม จัดทำรูปแปลงลงภาพถ่ายดาวเทียม  ระบุชื่อแปลง เจ้าของ และมีการคืนข้อมูลให้ชาวบ้านตรวจทานความถูกต้อง และห้ามไม่ให้บุกรุกพื้นที่ที่อยู่ในเขตป่าสงวน หากยังพบการบุกรุกก็จะใช้มาตรการทางกฎหมายบังคับใช้โดยทำความเข้าใจกับชาวบ้านเรื่องการใช้ประโยชน์ในแปลงทำกิน เพื่อเป็น Buffer zone ใช้กับชายป่าห้วยขาแข้ง

มีการปลูกป่าเสริม สร้างแนวกันชนให้กับชายป่าห้วยขาแข้ง จากสถิติการบุกรุกป่าในพื้นที่ ตำบลแก่นมะกรูด    ปี 2526 – 2556 ระยะเวลา 30 ปี มีการบุกรุกขยายพื้นที่ทำกินรวมจำนวน 16,311 ไร่ เฉลี่ย 543.7 ไร่/ปี  หลังจากโครงการฯได้เข้ามาดำเนินการในพื้นที่ตั้งแต่ ปี 2556 – 2560 มีการจัดทำแนวเขตพื้นที่ทำกินชัดเจน ในระยะเวลา 4 ปี พบว่ามีพื้นที่บุกรุกลดลง 654 ไร่ เฉลี่ย 163.5 ไร่/ปี สามารถลดการบุกรุกพื้นที่ได้เฉลี่ย 380.2 ไร่/ปี โดยมีกิจกรรมที่ลดการบุกรุกป่าผ่านกิจกรรมส่งเสริมการปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น แบบผสมผสาน เช่น กล้วย อะโวคาโด้ กาแฟ มะนาว ไม้ผล อื่นๆ การพัฒนาแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ และการส่งเสริมปลูกไม้ผลเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวจำนวน 2,698  ไร่

การสร้างแนวกันชนให้กับชายป่าห้วยขาแข้ง (Buffer Zone) จัดทำป่าชุมชนที่ได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ มีการปลูกกล้วย หมาก เกิดป่าแนวเขตเพื่อเป็นหลักเขตธรรมชาติระหว่างแนวเขตป่ากับแนวเขตแปลงทำกินของราษฎร ดำเนินการไปแล้วระยะทาง 3.6 กิโลเมตร จาก 110 กิโลเมตรและได้กันพื้นที่ภายในเขตพื้นที่โครงการเป็นป่าชุมชน ( ป่าไข่แดง) พื้นที่ 3,994  ไร่

คณะทำงานด้านการบริหารจัดการน้ำ มีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานีเป็นหัวหน้าคณะทำงาน เพื่อจัดหาน้ำที่เหมาะสม ทั้งเพื่อการเกษตร และอุปโภค-บริโภค มีการพัฒนาระบบน้ำ ปรับปรุงการบริหารจัดการน้ำ ระบบส่งน้ำ ระบบท่อส่งน้ำอ่างเก็บน้ำการทำฝายอนุรักษ์ เพื่อชะลอการไหลของน้ำ และเพิ่มความชุ่มชื้นบริเวณโดยรอบ แปลงเกษตรทฤษฏีใหม่ รูปแบบโคกหนองนาโมเดล เพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำ และการปรับเปลี่ยนการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เป็นการปลูกพืชผสมผสาน เกิดพื้นที่ได้รับประโยชน์จากน้ำเพิ่มขึ้น 2,782 ไร่

คณะทำงานด้านการเกษตรและพัฒนาอาชีพ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอุทัยธานี เป็นหัวหน้าคณะทำงานส่งเสริมการปลูก กล้วย สตรอว์เบอร์รี่ พืชผักเมืองหนาวไม้ผล เงาะ ทุเรียน อโวคาโด้ และมะพร้าวน้ำหอมสตรอว์เบอร์รี่ ได้สร้างชื่อเสียงและรายได้ให้กับเกษตรกร ตำบลแก่นมะกรูด จากการส่งเสริมสตรอว์เบอร์รี่พันธุ์ 80 พระราชทาน ตั้งแต่ปี 2557 ถึงปัจจุบัน ในปี 2561 มีเกษตรกรสมาชิกกลุ่มเกษตรแก่นมะกรูดสนใจ 29 ราย จำนวนรวม 44,800 ต้น และเป็นปีแรกที่ขยายพันธุ์ต้นไหลเอง 7,700 ต้น

โครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินงาน ได้แก่ โครงการสร้างป่าสร้างรายได้ โครงการอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่เสี่ยงภัยดินโคลนถล่ม  โครงการปลูกไม้ผลยืนต้นและไม้ผลเมืองหนาว โครงการปลูกผักกรูด และโครงการปลูกไม้ผล 5 อย่าง การพัฒนาระบบการรวมกลุ่ม อาทิ กลุ่มเกษตรแก่นมะกรูด กลุ่มแก่นมะกรูดโมเดล การพัฒนามาตรฐานผลผลิตในพื้นที่ เพื่อให้ได้การรับรองมาตรฐานเกษตรดีที่เหมาะสม GAP จัดอบรมวิธีการปลูกผักเมืองหนาว  ศึกษาดูงานการแปรรูปกล้วยเพื่อสร้างรายได้ อบรมให้ความรู้เรื่องการปลูกสตรอเบอร์รี่ ให้คำปรึกษาและข้อแนะนำตลอดฤดูกาลปลูก

คณะทำงานด้านการจัดการท่องเที่ยว มีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี  เป็นหัวหน้าคณะทำงาน สร้างตลาดชุมชนหรือ “ตลาดกะเหรี่ยงแก่นมะกรูด” จัดสวนพฤกษชาติตามจุดต่าง ๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว โครงการดอกไม้บานที่ตำบลแก่นมะกรูด ปลูกต้นไม้ยืนต้นที่ให้ดอกสวยงามระยะทาง 17 กิโลเมตร รวมพันธุ์ไม้ดอกยืนต้นจำนวน 1,119 ต้น

ทั้งนี้การท่องเที่ยวแก่นมะกรูดจะเริ่มอย่างเป็นทางการช่วงเดือนพฤศจิกายน-เดือนมีนาคมของปีถัดไป  โดยสถิติช่วงปีใหม่ระหว่างวันที่ 28 ธ.ค. 2560 – 3 ม.ค. 2561 ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวประมาณ  4,830 คนต่อวัน มีรถยนต์สัญจรมากกว่า 1,207 คันต่อวัน สร้างรายได้ให้กับราษฎรในพื้นที่  3,002,887 บาท

ชาวบ้านแก่นมะกรูด และหน่วยงานในพื้นที่ยังได้ร่วมจัดทำ “แผนยุทธศาสตร์พัฒนาตำบล” 6 ด้านประกอบด้วย    1. พัฒนาและปรับปรุงระบบบริหารจัดการน้ำ เพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำสำหรับ การอุปโภค บริโภค และการเกษตรได้ตลอดทั้งปี ครอบคลุมพื้นที่ 4 หมู่บ้าน 16,711 ไร่ ผู้รับประโยชน์รวม 465 ครัวเรือน 2. กำหนดแนวที่ดิน และแนวเขตป่า ครอบคลุมพื้นที่ 21,600 ไร่ เป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมที่จัดสรรเพื่อไม่ให้มีการบุกรุกอีก 3. ส่งเสริมการทำเกษตรผสมผสานและการรวมกลุ่มอาชีพ ลดพื้นที่เพาะปลูกเชิงเดี่ยวปีละ 10%  ชาวบ้านสามารถปลดหนี้ได้อย่างน้อยปีละ 5% 4. พัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ด้วยการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกให้ได้มาตรฐาน เกิดรายได้จากภาคการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นปีละหนึ่งเท่าตัว 5. พัฒนาด้านการศึกษาสังคมและวัฒนธรรม ด้วยการมีแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาและความรู้ท้องถิ่นแก่เยาวชน 6. การจัดการสิ่งแวดล้อม โดยการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการ

ก่อนปี 2556 ตำบลแก่นมะกรูดไม่เป็นที่รู้จักทั่วไปแต่ปัจจุบันช่วงฤดูหนาวจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปหมู่บ้านแนวกันชนผืนป่าห้วยขาแข้งจำนวนมากในฐานะ “หนาวสุดกลางสยาม ดอกไม้งามกลางขุนเขา” กิจกรรมเก็บผลสตรอว์เบอร์รี่สดจากไร่ ซื้อผลผลิตจากตลาดกะเหรี่ยง บูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาอาชีพการเกษตร ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน พึ่งพาตนเอง ลดปัญหาของพื้นที่โดยเฉพาะลดการบุกรุกผืนป่าแบบยั่งยืน