“จันทบุรี” เป็นหนึ่งในจังหวัดทางภาคตะวันออกของประเทศที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระราชทานโครงการก่อสร้างฝายบ้านเขาแดงพัฒนา ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริด้านพัฒนาแหล่งน้ำโครงการแรกที่ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อขึ้นทรงราชย์ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ ตำบลทับช้าง อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี โดยทรงรับเป็นโครงการพระราชดำริเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2560

พื้นที่ตำบลทับช้าง อำเภอสอยดาว เป็นพื้นที่แล้งซ้ำซาก แม้ว่าจะเป็นพื้นที่ต้นน้ำ แต่ด้วยความที่มีลักษณะเป็นพื้นที่ลาดชัน ทำให้น้ำที่ไหลลงมาจากเขาสอยดาวไหลมาตามคลองย่อยในพื้นที่แล้วก็ผ่านเลยไป ไม่มีอ่างเพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ หรือมีฝายสำหรับชะลอน้ำ มีแหล่งน้ำต้นทุน ได้แก่ บ่อน้ำบาดาล และคลองตาโนด ดังนั้นเมื่อเข้าสู่ฤดูแล้ง พื้นที่นี้จึงไม่มีน้ำไว้ใช้สำหรับอุปโภคบริโภค และประกอบอาชีพเกษตรกรรม

ชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่ทำการเกษตร ปลูกมันสำปะหลัง ทำสวนลำไย เมื่อไม่มีน้ำเพียงพอก็ไม่สามารถเร่งผลผลิตให้ออกนอกฤดูกาลได้ ทำให้ถูกพ่อค้าคนกลางกดราคา ประสบปัญหาขาดทุนมาโดยตลอด ในขณะที่ชาวบ้านอีกส่วนหนึ่งประกอบอาชีพเลี้ยงโคนม รวมประมาณ 200 ตัว แต่ไม่มีน้ำเพียงพอสำหรับให้วัวกิน และปลูกหญ้าเลี้ยงวัว ทำให้ได้น้ำนมที่ได้ไม่เพียงพอทั้งปริมาณและคุณภาพ

ด้วยเหตุนี้ นายบุญช่วย โตประเสริฐ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 17 บ้านเขาแดงพัฒนา ตำบลทับช้าง อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี จึงทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานความช่วยเหลือในการจัดสร้างแหล่งเก็บกักน้ำไว้ใช้ในพื้นที่

ต่อมา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้พระราชทานแนวพระราชดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและศึกษาหาวิธีการแก้ปัญหาบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน โดยได้ข้อสรุปว่า ให้กรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างฝายบ้านเขาแดงพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริขึ้นที่ ตำบลทับช้าง อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี จำนวน 1 แห่ง พร้อมกับขุดลอกหน้าฝายบนพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ และขุดลอกคลองตาโนด ระยะทางประมาณ 1,400 เมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ของราษฎรที่เสียสละที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ และเมื่อขุดลอกแล้วเสร็จทำให้เพิ่มความจุของปริมาณน้ำได้ถึง 80,000 ลูกบาศก์เมตร สามารถช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรและบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรในช่วงฤดูแล้งได้ประมาณ 2,000 ไร่ สามารถช่วยให้ราษฎรมีน้ำกินน้ำใช้ตลอดปี เมื่อมีน้ำเพียงพอสามารถวางแผนการผลิต เพาะปลูกพืช ผัก ผลไม้ นอกฤดูกาลได้ และมีอำนาจต่อรองกับพ่อค้าคนกลาง มีแหล่งอาหารให้ปศุสัตว์ สร้างรายได้เพิ่มมากขึ้น

ถือเป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงรับไว้เป็นโครงการพระราชดำริลำดับต้นๆ หลังจากเสด็จขึ้นทรงราชย์ ด้วยพระราชปณิธานที่ทรงมุ่งมั่นสืบสาน รักษา ต่อยอด โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและแนวพระราชดำริต่าง ๆ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในการบำบัดทุกข์และบำรุงสุขให้ประชาชน เพื่อช่วยให้ราษฎรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

จุดเด่นโครงการพระราชดำริ

  • เป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานราชการและประชาชนในพื้นที่ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงรับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากพื้นที่จังหวัดจันทบุรี มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่สำคัญ คือ เป็นแหล่งเพาะปลูกผลไม้ เมื่อมีแหล่งน้ำก็จะหล่อเลี้ยงพื้นที่เพาะปลูกได้ เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ได้รับผลผลิตจากการเพาะปลูกอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ผู้เลี้ยงโคนมสามารถปลูกหญ้าให้โคนมกินได้ตลอดปี ส่งผลให้น้ำนมโคมีคุณภาพและมีปริมาณมาก เกษตรกรสามารถรีดน้ำนมโคส่งไปขายยังสหกรณ์โคนมสอยดาว เพื่อนำไปแปรรูปได้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่เกษตรกรและราษฎรในพื้นที่ได้รับ
  • เป็นโครงการพระราชดำริโครงการแรกที่แล้วเสร็จหลังจากเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ใช้ระยะเวลาดำเนินการเพียง 6 เดือนก็แล้วเสร็จสมบูรณ์ (ระยะเวลาดำเนินการ : เริ่มดำเนินการ มิถุนายน 2560 แล้วเสร็จ พฤศจิกายน 2560)
  • เป็นโครงการที่สร้างความหวังให้กับชาวบ้านในพื้นที่ โดยชาวบ้านเริ่มวางแผนการเพาะปลูกในพื้นที่อย่างเป็นระบบ ขณะที่ลูกหลานของราษฎรในพื้นที่เริ่มสนใจจะศึกษาด้านเทคโนโลยีการเกษตร เพื่อนำความรู้กลับมาพัฒนาท้องถิ่นของตน เพราะมีแหล่งน้ำที่สมบูรณ์ในพื้นที่

 

อย่างไรก็ดี ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ยังมีโครงการพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร อีก 1 โครงการ ซึ่งทรงรับไว้เป็นโครงการพระราชดำริ เมื่อวันที่  9 พฤษภาคม 2560 ได้แก่ โครงการก่อสร้างทำนบดินบ้านไทรนอง 2 ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร ตลอดจนอุปโภคบริโภค โดย สำนักงาน กปร. กรมชลประทาน และจังหวัดจันทบุรี ผู้นำชุมชนและราษฎรในพื้นที่ ได้ร่วมกันจัดสร้างทำนบดินบ้านไทรนอง 2 โดยการสร้างทำนบดินในการกักเก็บน้ำสามารถเพิ่มปริมาณน้ำมากขึ้นกว่า 54,000 ลบ.ม. ยังประโยชน์ให้พื้นที่เกษตรกว่า 55 ไร่